สิวไม่หายเพราะ 3 สิ่งที่ทำในชีวิตประจำวันนี้!

อัพเดตเมื่อ: 23 เม.ย. 2019

ใครเป็นสิวมานานแล้ว แต่ไม่ยอมหายสักทีบ้างไหมคะ? หรือว่าเป็นๆหายๆอยู่ที่เดิมๆ ษิขอยกมือขึ้นสูงๆด้วยตัวเองคนหนึ่งค่ะ ล้างลำไส้ก็แล้ว งดอาหารมันทอดก็แล้ว ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออกานิคก็แล้ว มันก็ยังไม่ยอมหายไปซะที จนกระทั้งษิได้ค้นพบว่า พฤติกรรมธรรมดาๆ ของเรานี้เอง ที่ทำให้สิวยังกลับมาวนเวียน กวนใจ ระคายใบหน้าอยู่ไม่หาย สาวๆลองอ่านดูนะคะว่ามีพฤติกรรมแบบเดียวกันบ้างไหม และวิธีแก้ควรทำยังไง



1. ล้างหน้าด้วยฝักบัวในห้องน้ำ

นึกไม่ถึงใช่ไหมคะว่าการล้างด้วยฝีกบัวอาบน้ำแบบตรงๆ จะทำให้ผิวเราระคายเคืองเอามากๆ มากซะจนผิวต้องผลิตน้ำมันในผิวขึ้นมาเพื่อรักษาความระคายเคือง และความแห้ง ที่เกิดจากการล้างหน้าแบบนั้นขึ้นมาเองเป็นจำนวนมาก มากจนเกิดเป็นสิวอุดตัน T_T ความแรงของฝักบัว ระดับของอุณหภูมิในน้ำ เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ปราการผิวหายไป ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วผิวหน้าเราจะมีปราการผิว ที่เคลือบเอาไว้ด้วยน้ำมันจากร่างกายเรา เพื่อให้ผิวไม่ขาดน้ำ และป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปตามรูขุมขนได้ง่าย สาวๆรู้แล้วก็ควรเลี่ยงการเอาหน้าไปจอกับฝักบัวนะคะ ไม่อยากจะบอกว่าษิชอบทำมาก เพราะรู้สึกสดชื่น และได้ล้างหน้าไปในตัวเวลาอาบน้ำ แต่ยิ่งทำสิวอุดตันที่แก้มก็ยิ่งขึ้น เพราะฉะนัั้น ทางแก้คือ การวักน้ำล้างหน้าธรรมดาๆนี้แหละค่ะ หรือค่อยๆเอาน้ำลูบหน้าเบาๆ และให้น้อยที่สุดเวลาล้างหน้าก็พอ แค่นี้ก็สะอาดสดชื่นได้เหมือนกันค่ะ



2. ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในตอนเช้า

อีกข้อที่ฟังแล้วอยากจะร้องว่า อ้าวววว แล้วจะให้ล้างหน้ากับอะไรละคะคุณ???? ตื่นมาก็ต้องล้างหน้าใช่ไหมคะ? แต่สาวๆรู้ไหมว่าการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างๆหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลีนซิ่ง โฟมล้างหน้า หรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆจะออแกนิคและอ่อนโยนแค่ไหน มันก็คือสารที่ไม่ได้มาจากร่างกายของเราอยู่ดี หนำซ้ำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังกวาดเซลผิวที่ตายแล้วให้ออกไปหมด รวมถึงน้ำมันจากธรรมชาติบนหน้าเราให้ออกไปด้วย เมื่อไม่มีเซลผิวที่ตายแล้วคอยปกป้องเซลผิวใหม่ที่อยู่ข้างใต้ (ซึ่งเซลผิวใหม่ยังไม่แข็งแรงพอสำหรับการเจอกับอากาศภายนอก) และไม่มีน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื่นแล้ว ผิวเราก็จะเสียสมดุล และต้องผลิตน้ำมันขึ้นมาทดแทนมากขึ้น และเป็นเหตุให้เกิดสิวผดและอุดตันตามมานั้นเอง โหยยยยย นี้เราโดนหลอกมาตลอดเลยว่าต้องล้างหน้าเพื่อเอาเซลผิวที่ตายแล้วออกไปในตอนเช้า เพื่อให้หน้าใส แท้จริิงแล้วเขามีหน้าที่คอยปกป้องผิวใหม่เรานี้เอง ษิเปลี่ยนจากการล้างด้วยผลิตภัณฑ์ตอนเช้ามาเป็นการฉีดน้ำแร่ หรือน้ำจากดอกกุหลาบออแกนิค (rose water) แทนค่ะ ฉีดลงบนสำลี แล้วค่อยๆซับเอา ต้องปรับพฤติกรรมความซาดิสกับผิวตัวเองลงอีกเยอะเลย 5555



3. ยิ่งใช้ยิ่งแย่

อะไรเอ่ย ยิ่งใช้ยิ่งแย่ เพราะจะทำให้ผิวขี้เกียจผลิตสิ่งนี้ออกมาเอง ติ๊กติ๊อก ติ๊กต๊อก เฉลยนะคะ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ยังไงละคะ! เพราะโดยธรรมชาติแล้วผิวเราสามารถผลิตสารให้ความชุ่มชื่นกับตัวเองได้อยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราขยันทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บ่อยๆ มันก็จะเริ่มขี้เกียจ และเข้าสู่สภาวะ lazy skin หรืออาการขึ้เกียจได้ ก็เหมือนกับเวลาเราไปวัดและให้อาหารปลา ให้บ่อยๆเข้ามันก็จะเลิกหาอาหารเอง และรอให้คนมาโยนหนมปังให้อยางเดียว ฉันใดก็ฉันนั้นเลยค่ะ สิ่งที่ษิทำก็คือ การปล่อยให้หน้าโล่งงงงง ปราศจากผลิตภัณฑ์ใดๆบนผิวหน้าเลย อาทิตย์ละ 2-3 คืน ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจะแห้งเพราะนอนห้องแอร์นะคะ เพราะนี้คือการฝึกให้ผิวเราทำงาน กลับมาฟิตเหมือนสมัยเป็นวัยรุ่น ที่หน้าเรามันวาวอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึงมอยส์เจอร์ไรเซอร์อะค่ะ ฝึกไปเรื่อยๆนะคะ ช่วงแรกอาจจะเริ่มแค่ อาทิตย์ละคืน แล้วก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น นอกจากผิวเราจะแข็งแรงแล้ว เขายังได้หายใจและกลับมากระชับขึ้นอีกด้วยค่ะ


ข้อมูลเพิ่มเติมจาก https://goo.gl/Pcc96S

สาวๆคนไหนถนัดภาษาอังกฤษ เชิญที่ลิงค์ด้านบนนะคะ บล็อกจากว่าที่คุณหมอ และนักชีววิทยาระดับโมเลกุล ที่มีคำแนะนำง่ายๆแต่ได้ผลถึงเซลผิวมาให้อ่านเพื่อแก้ปัญหาสิวเสมอค่ะ

ดู 0 ครั้ง
  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram