top of page

โดชาคืออะไร ทำไมถึงเกี่ยวกับโยคะ?

อัปเดตเมื่อ 1 ก.พ. 2562


โดชาคือธาตุในร่างกายเรา ประกอบไปด้วย ไฟ อากาศ และดิน

จากบทความเรื่อง ‘โยคะแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ’ ษิพูดถึงโดชาเอาไว้ ว่าเราต้องรู้โดชาของตัวเอง เพื่อหาแนวโยคะที่เหมาะกับโดชาเรา และจะช่วยปรับสมดุลโดชาเราได้ดีที่สุดเอาไว้นะคะ ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า โดชาคืออะไร และทำไมเราถึงต้องรู้จักโดชาของเราด้วย

ในทางอยุรเวท คำว่าโดชา หมายถึงพลังงาน หรือว่าธาตุประจำตัว ประจำลักษณะนิสัยของมนุษย์ แบ่งออกเป็น 3 โดชาด้วยกัน นั่นก็คือ

โดชาปิตตะ หรือว่าธาตุไฟ

โดชาวาตะ หรือว่าธาตุลม

โดชาคัพพะ หรือว่าธาตุดิน

ซึงในคนหนึ่งคน มีทั้งสามธาตุอยู่ในตัว เพียงแต่ว่าจะมีธาตุไหนเด่น หรือว่าเป็นธาตุเจ้าเรือน ธาตุที่เป็นส่วนมากจากทั้ง 3 ส่วนนั้นเอง ซึ่งถ้าธาตุไหนเด่น หรือเป็นธาตุเจ้าเรือน คนๆนั้นก็จะมีลักษณะทั้งทางกายภาพ และนิสัยตามธาตุนั้นๆ

ความแตกต่างของแต่ละธาตุ

เรามาดูรายละเอียดกันนะคะ ว่าแต่ละโดชามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไรบ้าง



โดชาปิตตะ

โดชาปิตตะเป็นโดชาที่ควบคุมการเจริญเติบโดของร่างกาย ควบคุมอุณหภูมิ การเผาผลาญ การดูดซึม และการจัดการสารอาหารต่างๆ ความจริงแล้วโดชาปิตตะคือส่วนผสมของน้ำและไฟ ที่ทำให้เกิดการเผาไหม้ เปรียบเหมือนพลังงานที่ย่อยอาหาร และนำสารอาหารเหล่านั้นไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งคุณลักษณะของปิตตะคือความมัน คม ร้อน เบา การเคลื่อนไหว และของเหลวประเภทกรดต่างๆ ซึ่งโดชาปิตตะจะอยู่ตามลำไส้ ท้อง ตับ เลือด ตา และเหงื่อ

โดชาปิตตะเป็นตัวควบคุมอารมณ์สุข ความฮึดสู้ ความมุ่งมั่น ความอิจฉา และความคิดในด้านจิตใจ คนที่มีโดชาปิตตะเป็นธาตุเจ้าเรือน หรือว่าเป็นธาตุหลักในตัว เมื่อธาตุนี้สมดุล ไม่มีมากเกินไปหรือน้อยเกินไป เขาจะเป็นคนร่าเริง ฉลาดหลักแหลม และเป็นคนที่มีไฟในการทำสิ่งต่างๆสูง เป็นคนมีสมาธิดี ตัดสินใจได้เฉียบขาด และมักเป็นคนพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม

ลักษณะทางกายภาพของคนโดชาปิตตะคือ มีรูปร่างสมส่วน น้ำหนักพอดีกับตัว ผิวมีเหงือออกบ้างตามอากาศและอุณหภูมิ มีผิวปานกลาง ไม่ได้ละเอียดหรือหยาบมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีผมเส้นเล็ก และบาง ดวงตาเฉียว หรือในบางรายก็มีดวงตาดุดัน เป็นคนที่มีระบบเผาผลาญดี ไม่อ้วนง่าย แต่เป็นคนที่หลับไม่ลึกมาก

แต่ถ้าหากว่าโดชาปิตตะเสียสมดุลเมื่อไหร่ จากคนร่าเริงจะกลายเป็นคนโหวกเหวกโวยวาย เสียงดังทันที และยังมีอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิดง่าย เขาว่ากันว่าเมื่อคนปิตตะโมโหแล้ว ไม่ต้องแช่งให้ไปลงนรกหรอกค่ะ เพราะทุกที่ ที่คนสมดุลปิตตะเสียไป จะกลายเป็นนรกทันที เขาสามารถทำลายล้างคน และสิ่งรอบๆตัวได้ง่ายมาก

ในแง่ของกายภาพ เมื่อมีโดชาปิตตะกำเริบ หรือว่ามากเกินไป จะทำให้ผิวมีผืนคัน รู้สึกร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว และย่อยอาหารยาก ผิวหยาบแห้ง มีการอักเสบและติดเชื้อ เป็นแผล และเป็นไข้ตัวร้อนได้ง่าย

การรักษาให้ธาตุปิตตะสมดุล

เมื่อปิตตะเสียสมดุล สิ่งที่ควรทำคือ

ย้ายตัวเอง ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ เย็นสบาย เช่นในสวน หรือว่าไปเดินป่า หรืออุทยานแห่งชาติ เพื่อที่จะได้ใกล้กับธรรมชาติมากขึ้น

ทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวเบาๆ เช่นฝึกโยคะแนวหยิน นวดอโรมา ว่ายน้ำ หรือว่าเดินออกกำลัง

นั่งสมาธิเป็นประจำ วันละไม่ต้องนาน อาจเริ่มจาก 5 นาทีก่อน เพื่อปรับลมหายใจให้ช้าลง

กินอาหารที่มีรสกลางๆ ไม่ปรุงอาหารด้วยเกลือ พริก กระเทียม พริกไทย มากเกินไป ควรกินพวกแกง ต้ม นึ่ง แทนการทอด หรือผัด



โดชาวาตะ

โดชาวาตะมาจากการผสมระหว่างลมและช่องว่างในอากาศ หรือว่าพลังงานที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นธาตุที่ควบคุมกิจกรรมทางกายภาพทุกอย่าง คุณลักษณะของวาตะคือ ความแห้ง ความหยาบ ความเบา ความเย็น และการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การพูด เส้นประสาท การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ การไหลเวียนของกระแสเลือด การควบคุมการปัสวะและรอบเดือน โดชาวาตะจะอยู่ตามลำไส้ใหญ่ ต้นขา กระดูก ข้อต่อ หู ผิว สมอง และเนื้อเยื่อเส้นประสาท

ลักษณะนิสัยของคนที่มีโดชาวาตะเป็นธาตุหลักคือ เป็นคนแอคทีฟ กระฉับกระเฉง มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นคนมีพรสวรรค์ในการสื่อสาร คล่องแคล่วว่องไว เป็นคนอยู่ไม่สุข เป็นคนชอบเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่อยากหยุดอยู่กับที่ รักความตื่นเต้น และประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นคนโกรธง่าย หายเร็ว ด้นสดเก่ง และมีความยืดหยุ่นสูง

ลักษณะทางกายภาพของคนโดชาวาตะคือเป็นคนผอม สูง เป็นคที่มีพลังงานสั้นๆ มีผิวค่อนข้างหยาบแห้งง่าย ผมหยาบเช่นกัน มือและเท้าเย็นง่าย นอนหลับไม่ลึก และการย่อยอาหารไม่ค่อยดี เป็นคนขึ้หนาว ชอบอาการอุ่นๆมากกว่าอากาศห