ถูกและดีกว่าอาหารคลีน ก็ต้องแมคโครไบโอติกนี้แหละ | Macrobiotic Introduction


เครดิตภาพมาดอนน่าจาก https://goo.gl/TfR6c6

เคล็ดลับจากมาดอนน่า ที่หลายคนยังไม่รู้ !

ตอนฝึกโยคะใหม่ๆ ษิได้เห็นรูปมาดอนน่าทำท่ายืนด้วยท้องแขน (forearm stand) บนเวทีคอนเสิร์ตแล้วก็อดทึ่งในความสามารถของนางไม่ได้ค่ะ เพราะผู้หญิงคนนี้คือไอดอลรุ่นแม่เราเลยนะเนี้ย ทำไมถึงแข็งแรงได้เบอร์นี้ ! เลยทำให้ษิอยากรู้วิธีดูแลตัวเองของมาดอนน่าบ้าง พอไปตามอ่านบทความที่มีคนเคยสัมภาษณ์นักร้องสุดเท่คนนี้เอาไว้ถึงได้รู้ว่า นอกจากการฝึกโยคะเป็นประจำแล้ว มาดอนน่าเลือกการกินเป็นแบบ แมคโครไบโอติกส์ เสมอ

หลังจากได้เคล็ดลับของมาดอนน่ามาแล้ว ษิก็เสิร์ชหาต่อว่า ไอ้การกินแบบแมคโครไบโอติกส์นี้มันคืออะไรกันนะ อ่านไปอ่านมา ก็สรุปได้ใจความสั้นๆว่า แมคโครไบโอติกส์ คือการกินที่เน้นพืชผัก ธัญพืช ผลไม้ อาหารไม่แปรรูป ที่สามารถหาซื้อ หากินได้ในประเทศ หรือว่าเป็นของพื้นบ้านของประเทศที่เราอาศัยอยู่นั่นเองค่ะ ซึ่งก็ตรงกับชื่อของหลักการกินแบบนี้นะคะ เพราะคำว่าแมคโครไบโอติกส์ ตามรากศัพท์ภาษากรีกนั้นแปลว่า ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ เพราะหลักปรัชญาของแมคโครไบโอติกส์ ครอบคลุมไปถึงการใช้ชีวิต ตามนาฬิกาของธรรมชาติ มีความสุข และอิสระอีกด้วยค่ะ เรียกได้ว่าเน้นความเป็นธรรมชาติสุดๆไปเลย

หลักๆแล้วแมคโครไบโอติกส์ยังมีรายละเอียดเยอะกว่านี้อีกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปรุง ที่เน้นว่าห้ามปรุงนานไป จำพวกตุ๋นนี้จะถือว่าเป็นอาหารที่แทบไม่เหลือคุณค่าทางโภชนาการให้แล้ว หรือว่าการลดการใช้เครื่องปรุงจำพวกน้ำปลา พริก หรือน้ำส้มสายชูที่มากเกิน เพราะแมคโครไบโอติกส์เน้นให้เราได้ลิ้มรสของตัวอาหารจริงๆ ไม่ใช่รสจากซอสหรือจากการปรุงค่ะ ซึ่งษิสรุปมาให้สั้นๆได้ประมาณนี้ค่ะ


ปรุงแต่น้อย ใช้ของสด งดแปรรูป




จุดพีคอยู่ตรงที่ ษิค้นหาข้อมูลไปมาจนได้มาเจอกับหนังสือชื่อ แมคโครไบโอติกส์ เมื่อไม่ป่วยและไม่อยากป่วย ของคุณสิทรา พรรณสมบูรณ์ ที่เล่าเกี่ยวกับการป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเธอ ที่ทำให้ต้องหันมาปรับการกิน เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเองเป็นแบบแมคโครไบโอติกส์ และชีวิตที่มีความสุขจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ที่สำคัญคือ คุณสิทรา ทำอาหารแบบไทยๆสไตล์แมคโครไบโอติกส์ได้น่ากินมากๆค่ะ คือมันตรงกับคอนเซ็ปการใช้ชีวิตษิเลย ว่าอยากกินอาหารที่ดี แต่ต้องไม่แพง และไม่ใช้ส่วนผสมที่อิมพอร์ตมาจากเมืองนอกเมืองนา ดีงามขนาดนี้ษิเลยเหมาหนังสือทุกเล่มที่คุณสิทราเขียนเลยค่ะ นัยว่าบ้าแล้วต้องบ้าให้สุด 555 (รายชื่อหนังสือของคุณสิทรา)



เป็นมากกว่าหนังสือ

หนังสือของคุณสิทรา แบ่งออกเป็นเซ็ทค่ะ จะมีเซ็ทที่เกี่ยวกับแมคโครไบโอติกส์โดยตรง คือ แมคโครไบโอติกส์เล่ม 1-4 ที่คุณสิทราจะเล่าประวัติความเป็นมาให้ฟังคร่าวๆ ว่าทำไมถึงมาเลือกใช้ชีวิตแบบนี้ ภายในเล่มจะมีเรื่องเล่าที่คุณสิทราได้ประสบด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการไปดีท๊อกซ์ การทำสวน การดูแลตัวเอง เคล็ดลับที่ทำให้คนเรามีความสุขอย่างง่ายๆ และที่สำคัญคือเมนูแมคโครไอโอติกส์ที่สอดแทรกเข้าไปให้ในทุกๆบทให้เราได้ลองทำตามดู จากที่เป็นคนไม่ชอบผักบุ้ง พอมาเจอเมนูผักบุ้งต้มกะทิ กลายเป็นว่าถ้าเจอผักบุ้งไทยทีไร ต้องขอซื้อมาทำเมนูนี้ตามคุณสิทราทุกครั้งไปค่ะ



สำหรับหนังสือเล่มอื่นๆก็จะมีเรื่องข้าว ทีพูดถึงข้าวอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกพันธุ์ข้าว การหุ้งข้าง หรือแม้กระทั้งการทำครีมจากข้าวก็ยังมีเลยค่ะ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคุณสิทราที่มีต่อการทำอาหารกินได้ดีมากค่ะ และอีกเล่มที่อยากให้สาวๆมีติดบ้านเอาไว้ก็คือ กินให้สวย ที่คุณสิทราบอกเคล็ดลับในการดูแลให้เราสวยไร้สารเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชะลอวัยด้วยธรรมชาติ การวางแผนชีวิตเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เราแก่ก่อนวัย วิธีทำให้ใจร่มๆ มีอารมณ์เบิกบานเป็นที่ตั้ง หรือแม้กระทั้งการเดินทางท่องเที่ยว ที่ไปเที่ยวยังไงไม่ให้กลับมาแล้วร่างพัง หุ่นเสียกัน เพราะคุณสิทราเป็นนักเดินทางตัวยงเลยก็ว่าได้ค่ะ จะเห็นได้ว่าหนังสือของคุณสิทรา ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ชีวิตไปจนถึงการดูแลจิตใจกันเลยทีเดียว



ปรุงแต่น้อย ใช้ของสด งดแปรรูป

หนังจากอ่านหนังสือของคุณสิทราจนจบซีรีส์แมคโครไบโอติกส์แล้ว ษิก็เริ่มลงมือทำอาหารตามเมนูที่อยากกินก่อนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้งต้มกะทิ ไข่เจียวใส่เห็ด หรือว่าน้ำพริกง่ายๆ จากความไม่ชอบก็เริ่มเกิดความคุ้นชิน และกลายเป็นกิจวัติประจำวันที่ต้องทำอาหารกินเอง ษิขอยกตัวอย่างอาหารที่ษิทำกินเองแบบแมคโครไบโอติกส์ ไทยสไตล์ให้ดูกันนะคะ หลักๆเลยคือมีข้าว (ข้าวกล้องมหัสจรรย์ ไม่ขัดสี หุงง่ายสุดในสามโลก มีจมูกข้าวติดปลายเมล็ด) แกง ที่ทำตามหลักอายุรเวท คือตอนเช้า จะกินแกงที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย หรือถ้าเป็นหน้าฝน มีลมหนาวมาแรงๆก็จะเป็นพวกต้มยำต่างๆ ผักสด จิ้มกับน้ำพริกที่ซื้อมาจากตลาดฐานธรรมธุรกิจ เช่นกันค่ะ และไข่ต้ม หรือไข่เจียว ตามอารมณ์คนทำ สำหรับตอนเที่ยงก็จะเป็นอาหารที่เป็นแป้งที่เราอยากกิน เช่น pita bread ขนมปังพิตะ สูตรจากตะวันออกกลาง จิ้มกับซอสถั่วลูกไก่ ซอสเปรี้ยวจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ เพราะตอนเที่ยงไฟเผาผลาญในร่างกายเราจะสูงที่สุด ทำให้สามารถกินของที่เป็นแป้งได้ดีค่ะ ใครอยากกินอะไรหนักๆก็จัดไปตอนเที่ยงได้เลยค่ะ พอถึงมื้อเย็นจะมีความขี้เกียจเข้าครอบงำสูง ไม่น้ำซุปจากแกงเมื่อเช้า ก็จะเป็นข้าวโพดสีนิล นึ่งพอสุก ราดเกลือสมุทรเล็กน้อยค่ะ อิ่มท้องไปอีกหนึ่งมื้อง่ายๆ



รูปก่อนเปลี่ยนการกินแบบแมคโครไบโอติกส์

รูปก่อนเปลี่ยนการกินแบบแมคโครไบโอติกส์

รูปถ่าย วันที่ 11 กรกฎาคม 2018 หลังเปลี่ยนมากินแบบแมคโครไบโอติกส์และเจได้ 7 เดือน


รูปถ่าย วันที่ 11 กรกฎาคม 2018 หลังเปลี่ยนมากินแบบแมคโครไบโอติกส์และเจได้ 7 เดือน



รูปถ่าย วันที่ 11 กรกฎาคม 2018 หลังเปลี่ยนมากินแบบแมคโครไบโอติกส์และเจได้ 7 เดือน

ผลลัพธ์ที่ได้จากการกินแบบแมคโครไบโอติกส์

ผลลัพธ์ที่เห็นชัดๆจากการกินแบบแมคโครไบโอติกส์แบบเจ ที่เริ่มกินมาตั้งแต่ต้นปี 2018 จนตอนนี้ก็เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้วนั้น มีผลลัพธ์ดังนี้ค่ะ

  • ตื่นเช้า 6:00 ได้เองโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก

  • ปัญหาสิวเรื้อรังที่เป็นมานานกว่า 3 ปีหายไป ผิวหน้ากลับมาดี 95 % เหลือแค่รอยสิวเก่าเท่านั้น ไม่มีสิวเกิดใหม่มา 1 เดือนแล้วค่ะ

  • เครียดน้อยลง สังเกตได้จากอารมณ์ ที่ไม่หงุดหงิดง่ายเหมือนเดิม มีสติรู้ตัวทันอารมณ์เร็วขึ้น

  • เลิกปวดท้องเวลาประจำเดือนมา ซึ่งแต่ก่อนจะปวดจนต้องอ้วกทุกครั้งไป ตอนนี้เหลือแค่อาการอ่อนเพลียในวันแรกของรอบเดือนค่ะ

ข้อดีของการกิน และการใช้ชีวิตแบบแมคโครไบโอติกส์ยังมีอีกมากค่ะ บางคนอาจได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ษิเคยพยายามบอกตัวเองว่าจะค่อยๆปรับไปทีละน้อยก่อน เริ่มจากลดของทอด ลดเนื้อหมู กินแต่ไก่กับปลา แต่ก็ยังไม่เห็นผลชัดเท่ากับการตัดสินใจหักดิบ และเริ่มเลิกกินเนื้อ หันมากินของสด ปลอดสารเคมี 100% แบบนี้เลยค่ะ ใครที่กำลังติดสินใจอยู่ว่าจะเริ่มยังไง ควรเริ่มจากหาหนังสือของคุณสิทรามาอ่าน แล้วลิสต์ออกมาเลยค่ะว่าทำอะไรได้บ้าง แล้วลงมือทำ ขอเวลาแค่ 3 - 6 เดือน ก็จะเห็นความแตกต่างที่ต้องการแน่นอนค่ะ หรือว่าสาวๆชอบแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าคะ? อยากอ่านคอมเมนต์สาวๆที่ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองกันดูค่ะ ว่าแต่ละคนมีสไตล์แบบไหนบ้าง

ดู 0 ครั้ง
  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram