แจก 3 วิธีจัดซีเควนซ์ฉบับครูสอนโยคะเวลาน้อย
สรุปเนื้อหาบทความ
ครูโยคะมือใหม่ มีเวลาน้อย เตรียมตัวสอนยังไงดี?
การจัดซีเควนซ์ Passive & Active ที่ช่วยครูโยคะมือใหม่ ให้รอดในทุกสถานการณ์
การเตรียม level ในแต่ละท่า เพื่อรับมือกับคลาสที่มีนักเรียนร่างกายต่างกัน
วิธีฝึกเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสอนได้ทุกเมื่อสำหรับครูโยคะมือใหม่

ตอนเป็นครูสอนโยคะมือ นอกจากจะประหม่า เพราะต้องสอนโยคะต่อหน้าคนหมู่มากแล้วนั้น อีกสิ่งที่ทำให้ใจหวิวๆ ได้ไม่แพ้กันก็คือ ‘กลัวว่าจะลืมท่าโยคะ’ ว่าต้องสอนท่าอะไรต่อไป ทำให้การสอนในช่วงแรกของษิ ได้รับฟีดแบคจากพี่เจ้าของสตูดิโอว่า หน้านิ่งมาก หน้าดูเครียดตลอดเวลาเลยนะครูษิ
ษิมาค้นพับว่าหลักๆ แล้ว ซีเควนซ์ หรือชุดท่าโยคะ ที่นำมาร้อยเรียงเป็นคลาสหนึ่งคลาสนั้น มีหลักให้ทำความเข้าใจ ให้ฝึกซ้อม และสามารถช่วยลดความประหม่า อาการลืมท่าไปได้เยอะเลยทีเดียว
ในบทความนี้ ษิสรุปมาให้แล้วค่ะว่า
Passive & Active ซีเควนซ์กันตาย
เราเรียนสิ่งนี้ว่า A safe sequence in your back pocket ซีเควนซ์กันตาย ในวันรีบๆ หรือคลาสที่เราต้องเจอกับเรื่องไม่คาดฝัน
เราควรมีซีเควนซ์ที่เราคุ้นเคย แทบจะหลับตาสอนได้อย่างน้อย โยคะซีเควนซ์ ษิแบ่งสองซีเควนซ์นี้ออกเป็นแบบ Active และ Passive ค่ะ
Active Sequence คือคลาสโยคะที่มีความเป็นไดนามิก ออกแรง หายใจลื่นไหลไปกับท่า ไม่ว่าจะเป็นชุดท่ายืน ท่าบาลานซ์ ท่าเตรียมเข้าท่า Advance ต่างๆ หรือแม้กระทั่งชุดท่าไหว้พระอาทิตย์ ลองเอามาเรียงเป็นซีเควนซ์ที่มี Dynamic ลื่นไหลไปกับลมหายใจ และอย่าลืมใส่ท่านั่ง และการฝึกลมหายใจ + สมาธิไว้ท้ายคลาส เพื่อเป็นการปิดจบ seal พลังงานที่ได้รับจากการฝึกด้วยนะคะ
Passive Sequence คือคลาสที่เน้นความผ่อนคลาย เป็นชุดท่านั่ง หรือนอนเป็นส่วนใหญ่ ไม่เน้นการเคลื่อนไหวเยอะ เน้นให้นักเรียนได้เข้าท่า ได้ปรับลมหายใจ ได้ดำดิ่งลงไปในความนุ่มนวล สงบนิ่ง ของปัจจุบันขณะ
ทั้งสองซีเควนซ์นี้ จะเป็นซีเควน์โยคะกันตาย ที่เราจะหยิบมาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะเวลาฉุกเฉิน ไม่ได้เตรียมตัวมา หรือต้องปรับแก้ท่าบางท่าออก เพราะเจอนักเรียนที่อาจจะมีความเจ็บป่วยทางร่างกาย ที่อาจทำให้ไม่สามารถฝึกตามซีเควนซ์แบบปกติได้
! สิ่งสำคัญของการจัดซีเควนซ์ทั้ง 2 รูปแบบนี้ ที่ษิบอกกับนักเรียนครูในคอร์สครูโยคะ YTA เสมอก็คือ ต้องมี level ให้นักเรียนทุกท่า ต่อให้เขาจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก๋า เราก็ต้องมีให้เสมอ เพื่อให้นักเรียนมือใหม่ สามารถเริ่มฝึกได้โดยไม่ท้อไปซะก่อน และให้นักเรียนมือโปร ฝึกไปด้วยกันแบบไม่เบื่อไม่เซ็ง
Practice, practice, and practice teaching, not practice for yourself
พอเราได้ทั้ง 2 ซีเควนซ์โยคะมาแล้ว ที่เหลือก็คือการฝึกให้ชินค่ะ ษิมีคำแนะนำให้ 2 ข้อสั้นๆ สำหรับครูโยคะมือใหม่ ที่ต้องฝึกซ้อมสอนตามนี้ค่ะ
ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง self practice vs teaching practice ก่อน การฝึกซ้อมเพื่อสอน คือการฝึกตามซีเควนซ์ที่เราจัดเอาไว้สำหรับสอน (เช่น ซีเควนซ์ Active หรือ Passive ในข้อ 1) ทำท่าไปด้วย พูดไปด้วย (สอนแบบ Demonstration) เพื่อให้เราคุ้นชินกับการแบ่งช่องลมในการพูดระหว่างสอน และให้ชินกับการพูดค่ะ
ไม่จำเป็นต้องซ้อมสอนบนเสื่อโยคะ จะอยู่ที่ไหนก็ฝีกพูดได้ นักเรียนษิฝึกซ้อมสอนระหว่างรอรถติด ทำกับข้าว หรือแม้กระทั่งในฝัน! ก็คือซ้อมจนเก็บไปฝึกในฝันนั่นแหละค่ะ บอกเลยว่าเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เอาเข้าจริง เวลาอยู่ต่อหน้าคนหมู่มาก หน้าเวที แอบบประหม่าหรือตื่นเต้น การฝึกพูดจนคล่อง ฝึกพูดในหลายๆ สถานการณ์จะช่วยชีวิตครูโยคะจบใหม่ได้มาก
แยกประเภทนักเรียน
สิ่งแรกที่เราควรทำก่อนสอนเลยก็คือ การแยกประเภทนักเรียนของเรา เพื่อให้เรารู้ว่า เราต้องช่วยดูใคร และพาใครไปได้ลึกขึ้นในการเข้าท่าบ้างค่ะษิแบ่งประเภทนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้
หน้าใหม่
ขาประจำ
ฝึกจากที่อื่นมา
พอแยกได้แล้ว เราจะได้ประเมินว่าเราควรจัดซีเควนซ์ยังไง ให้ทุกคนในคลาสสามารถฝึกร่วมกันได้ ใครยืนอยู่ตำแหน่งไหน อาจจะให้คนที่ฝึกมานานอยู่หน้า น้องใหม่อยู่หลัง จะได้ดูรุ่นพี่
ษิมักจะระบุชัดเจนให้นักเรียนไปเลยตั้งแต่เริ่มคลาสว่า ใครฝึกตามเลเวลไหน ยกตัวอย่างเช่น นักเรียน A ฝึกมานานแล้ว สนิทกับร่างกายตัวเองดี ส่วนนักเรียน B พึ่งมาใหม่ ษิก็จะบอกกับนักเรียน B ว่า ‘ให้ฟังคีย์เวิร์ดคำว่า ‘level 1’ แล้วฝึกตามเลเวลนั้นๆ ยังไม่ต้องข้ามไปเลเวล 2 หรือ 3 ส่วนนักเรียนที่เหลือ ที่ฝึกด้วยกันมานานแล้ว ลองค่อยๆ ไต่เลเวลไปทีละลมหายใจด้วยกันได้เลยค่ะ’
ใครทำข้อไหนอยู่บ้างแล้ว ทักมาแชร์ประสบการณ์หน่อยค่ะว่า ตอนเป็นครูโยคะมือใหม่ บริหารเวลาที่มีน้อยยังไงกันบ้างคะ?
เขียนบทความโดย ลักษิกา ไม่ใช้ AI เขียน 100%





ความคิดเห็น