5 วิธีหาครูสอนโยคะแบบส่วนตัว



ษิเชื่อว่าแต่ละคนมีเหตุผลในการฝึกโยคะที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก อยากหายจากอาการปวดหลัง หรือแม้กระทั้งอยากลองทำท่ายากเพื่อท้าทายตัวเอง แต่ก็มีหลายๆเหตุผลที่ทำให้ทั้งคนที่เพิ่งเริ่มฝึกโยคะ และฝึกมานานแล้วไม่อยากเข้าคลาสโยคะใหญ่ๆเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีรูปร่างค่อนข้างท้วม ทำให้ไม่มั่นใจเวลาเข้าคลาสที่มีคนเยอะๆ หรือว่าเวลาไม่ตรงกับที่สตูดิโอบ้าง ไม่มีคลาสที่ตรงกับที่อยากเรียนบ้าง หรือคนที่อยากฝึกอย่างจริงจังแต่ครูไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงเพราะคนในคลาสเยอะเกินไปก็ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะฝึกโยคะเองที่บ้านตามคลิปเอา แต่ก็ต้องเจอปัญหากับการฝึก ที่ไม่รู้ว่าทำท่าได้ถูกหรือยัง ไม่มีคนมาคอยบอก เผลอๆ แอบทำร้ายตัวเองไปในทางอ้อม ทางออกที่ดีกว่าการฝึกตามคลิปอยู่บ้าน คือการได้เรียนกับครูสอนโยคะแบบส่วนตัวค่ะ

แล้วเราจะมีวิธีหาครูสอนโยคะแบบตัวต่อตัวยังไง? อะไรคือเครื่องวัดว่าครูคนนี้รู้จริง? สอนได้จริง? ในบทความนี้ษิมีเกณฑ์ในการเลือกครูสอนโยคะ 5 ข้อมาฝากให้สาวๆนำไปใช้ในการเลือกครูสอนโยคะส่วนตัวกันค่ะ


ต้องได้ทดลองเรียนฟรี

ใช่แล้วคะ สิ่งที่ดีทีสุด ที่จะทำให้เรารู้ว่าครูคนนี้เหมาะกับเราหรือเปล่า คือการได้เรียนฟรีค่ะ โดยปกติทั่วไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอโยคะ หรือว่าครูสอนโยคะส่วนตัว (private yoga teacher) ควรมีคลาสให้ทดลองเรียน อย่างน้อยๆ 30 นาที หรือว่าเต็มคลาส 1 ชั่วโมง ถ้าหากว่าครูที่เราอยากเรียนด้วยไม่ให้ทดลองเรียนฟรี ษิแนะนำให้ลองคุยกับครู เพื่อขอทดลองฟรี 1 ครั้งก่อนตัดสินใจนะคะ การได้ทดลองเรียนถือว่าเป็นการให้โอกาสตัวเอง และครูทดลองดูว่าเหมาะจะไปด้วยกันไหม ษิถือคติเวลาสอนคลาสทดลองว่า ไม่ได้มาขายคอร์ส แต่มาเรียนรู้ซึ่งกันและกันค่ะ


ครูถนัดสอนอะไร

โยคะมีหลายแขนงด้วยกัน เหมือนหนังสือก็มีหลายประเภท แบ่งออกไปตามความต้องการของคนฝึก ส่วนใหญ่แล้วครูสอนโยคะ 1 คน จะถนัดสอน 1 - 2 ประเภทของโยคะ ไม่มีใครที่สามารถสอนโยคะทุกประเภทได้อย่างชำนาญค่ะ ควรถามครูไปตรงๆว่าโยคะที่ครูสอนเป็นโยคะประเภทอะไร ถ้าครูตอบกลับมาว่าเป็น ศิวะนันทะ อัชตังก้า วินยาสะ ไม่ต้องงงค่ะ ขอให้ครูอธิบายว่าโยคะที่ครูสอนนั้นเป็นยังไง? ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง? เป็นโยคะที่เน้นการเคลื่อนไหวแบบเร็ว ช้า หรือว่าเน้นฝึกสมาธิ? และถ้าอยากรู้ให้ลึกไปกว่านั้น ลองถามดูเลยค่ะว่าครูจบหลักสูตรการสอนโยคะประเภทไหนมา อาจจะถามแบบสุภาพก็ได้ว่า อยากรู้ว่าครูเรียนหลักสูตรโยคะของสถาบันไหนมาคะ? ไม่ต้องเกรงใจว่าคำถามดูจะไม่สุภาพ เพราะนี้ครูที่เราจะฝากสุขภาพให้ดูแล เพราะฉะนั้นถามให้เต็มที่ค่ะ โดยส่วนตัวษิจะบอกเล่าประวัติการเรียนคอร์สครู และประเภทโยคะที่ถนัดสอนไปตั้งแต่ตอนแนะนำตัวกันเลยค่ะ นักเรียนจะได้มั่นใจว่าเรียนกับครูที่ผ่านการอบรมมาแล้วจริง


ถูกใจกันไหมเอ่ย?

ถูกใจกันหมายถึงว่า เราชอบครูคนนี้ไหม? หลังจากได้พูดคุย และทดลองเรียนฟรีแล้ว เราอยากไปต่อหรือเปล่า? บางทีครูอาจจะเก่งจริง รู้จริงเรื่องโยคะ แต่วิธีการสอนไม่ถูกใจเรา เช่น ครูพูดเร็ว/ช้าไป หรือไม่ใช่แนวโยคะที่ชอบ และที่สำคัญ เราควรบอกครูด้วยว่าเราอยากเรียนโยคะเพราะอะไร แก้อาการปวดหลัง ลดหุ่น หรือฝึกสมาธิ ครูที่เหมาะกับเราควรเป็นครูที่ถนัดสอนในหัวข้อที่เราสนใจ และสามารถปรับการสอนให้เป็นไปตามที่เราขอได้ เพราะนี้คือการเรียนโยคะส่วนตัว การขอให้เน้นสอน หรือสอนเฉพาะสิ่งที่เราสนใจเป็นสิทธิ์ที่นักเรียนมีและใช้ได้ค่ะ ทั้งนี้ ครูที่ดีควรสอนในแบบที่เราชอบ และสอดแทรกสิ่งที่เราขาดไปด้วยได้ในเวลาเดียวกัน เช่น เราอยากให้ครูสอนโยคะแก้ปวดหลัง เน้นยืดหลังอย่างเดียว แต่จริงๆแล้วการแก้อาการปวดหลังที่ดี คือการฝึกให้หลังและหน้าท้องเราแข็งแรงด้วยนะคะ ซึ่งครูควรสอดแทรกสิ่งนี้ลงไปในการสอนได้ค่ะ


ราคาเท่าไหร่ ?

ถูกใจครูแล้วก็ต้องมาดูราคากันว่ารับได้ไหม เป็นธรรมดาที่ราคาคลาสโยคะส่วนตัวจะสูงกว่าราคาแบบกลุ่มเป็นปกติ โดยเฉพาะการจ้างครูมาสอนถึงบ้าน เฉลี่ยแล้วเริ่มตั้งแต่ชั่วโมงละ 500 ไปจนถึงชั่วโมงละ 2000 บาท ขึ้นอยู่กับค่ารถที่ครูต้องเดินทางไปสอนด้วยค่ะ แนะนำให้ตกลงกับครูว่าต้องการซื้อแบบเป็นรายเดือนค่ะ เพราะการเลือกซื้อคอร์สเรียนโยคะกับครูแบบเป็นรายเดือนจะถูกกว่าการจ่ายรายครั้งค่ะ เวล

สำหรับสตูดิโอที่มีชื่อ ราคาต่อชั่วโมงก็อาจจะเพิ่มเป็นอีก 1 เท่าของราคาที่ว่ามาเลยก็ได้ค่ะ เราควรสอบถามโปรโมชั่น และตัดสินใจจากความชอบจริงๆก่อนซื้อแพ็คเกจค่ะ


เรียนที่สตูดิโอ หรือ ที่บ้าน?

แน่นอนว่าการเรียนที่บ้านอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เมื่อเทียบกับการเรียนโยคะส่วนตัวที่สตูดิโอ แต่ถ้างบถึง และอยากได้ความสะดวกสบายก็ซื้อแพ็คเกจรายเดือนไปเลยค่ะ จองวันกันให้เรียบร้อยว่าสอนวันไหนเวลาใดได้บ้าง

แต่ถ้างบไม่ได้มีมาก แต่อยากเรียนไพรเวท แนะนำลองเรียนที่สตูดิโอ อาจต้องเสียเวลาขับรถไปหน่อย แต่ได้ราคาเบาขึ้นมานิดหนึ่ง แถมได้บรรยากาศในห้องเรียน ไม่เสียสมาธิเหมือนเวลาอยู่บ้านนะคะ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่ษิเลือกวิธีนี้มากกว่าที่จะให้ไปสอนที่บ้านเขาค่ะ นัยว่าต้องการตัดเรื่องงาน เรื่องลูกออกไป และได้ให้เวลากับตัวเองจริงๆ

ษิอยากจะบอกว่ายังมีอีกทางเลือกที่ประหยัดเวลา สำหรับการเรียนโยคะแบบตัวต่อตัว นั่นก็คือการเรียนผ่านวีดีโอคอลค่ะ แล้วจะได้ผลเท่ากับการไปเรียนตัวต่อตัวหรือ? หลายคนอาจมีคำถามนี้ แต่จะบอกว่าการเรียนแทบไม่ต่างกับการไปเข้าคลาสเลย ถ้ามีหูฟังไร้สาย และสัญญาณอินเตอร์เน็ต 4G หรือ Wifi ค่ะ ดีกว่าการขับรถไปที่สตูดิโอ หรือเสียเวลาอาบน้ำแต่งตัวไปหาครูอีกค่ะ


ข้อควรระวัง

เรื่องเวลาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ครูโยคะไม่ควรมาสายเกิน 10 นาที เช่นเดียวกันกับตัวผู้เรียน ถ้าหากคิดว่าบึ่งรถไปเรียนไม่ทันภายใน 30 นาที ควบอกรยกเลิกคลาสไปเลยค่ะ ก่อนที่จะเริ่มคลาสสัก 1 ชั่วโมง ในกรณีนี้ษิจะไม่หักคลาสนะคะ แต่ถ้าบอกช้าไป เช่น อีก 30 นาทีจะมีคลาสแล้ว อันนี้ก็ต้องหักคลาสไป

ตามระเบียบค่ะ

หวังว่าเทคนิคในการหาครูโยคะแบบส่วนตัวทั้ง 5 ข้อ จะช่วยให้สาวๆกล้าตัดสินใจลองเรียนโยคะแบบตัวต่อตัวดูนะคะ

ดู 0 ครั้ง
  • Facebook
  • YouTube
  • Instagram